ประเด็นสำคัญ

  • เป้าหมายด้านเวลา: แอป THIM มุ่งลดเวลารอคิวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองให้เหลือต่ำกว่า 40 วินาที ต่อคน โดยกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน เดือนสิงหาคม 2569
  • เทคโนโลยีที่ใช้: ระบบพื้นฐานจากเทคโนโลยีอ่านตัวอักษรด้วยแสง (OCR) ผสานปัญญาประดิษฐ์ และการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) พัฒนาโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ Digital Identity Co. บนโครงสร้างพื้นฐาน AWS
  • สถานะปัจจุบัน: เริ่มทดสอบระบบนำร่องตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2569 รองรับ 4 ภาษา โดยจะขยายเป็น 15 ภาษาภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ปัจจุบันยังเป็นทางเลือกควบคู่ไปกับระบบ TDAC แบบเดิม

เริ่มต้นระยะทดสอบนำร่อง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยได้เปิดใช้งานระบบทดลอง THIM (Thailand Immigration Management) ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2569 โดยแอปพลิเคชันนี้มีเป้าหมายเข้ามาแทนที่ขั้นตอนการกรอกข้อมูล บัตรขาเข้าดิจิทัลประเทศไทย (Thailand Digital Arrival Card - TDAC) อย่างค่อยเป็นค่อยไป กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการคือ เดือนสิงหาคม 2569 เป้าหมายที่หน่วยงานประกาศไว้คือการลดเวลาดำเนินการที่ด่านตรวจชายแดนให้ต่ำกว่า 40 วินาที ต่อคน



THIM: แอปใหม่ตรวจคนเข้าเมืองไทย ลดเวลารอคิว - Foto 1

ระบบเดิมซึ่งใช้แพลตฟอร์มเว็บไซต์ได้ดำเนินการประมวลผลผู้เดินทางเข้าประเทศไปแล้วกว่า 10 ล้านราย แต่ยังคงต้องกรอกข้อมูลด้วยตนเองอย่างครบถ้วนในทุกครั้งที่เดินทางเข้าประเทศ THIM นำระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เดินทางแบบถาวรมาใช้ ทำให้การกรอกข้อมูลในการเดินทางครั้งต่อไปเหลือเพียงการอัปเดตข้อมูลเที่ยวบิน ที่พัก และวันที่เดินทางออก



THIM: แอปใหม่ตรวจคนเข้าเมืองไทย ลดเวลารอคิว - Foto 2

ระยะเวลาการกรอกข้อมูลและการตรวจสอบที่ด่านชายแดน

สำหรับผู้เดินทางที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาลดลงเหลือ ต่ำกว่าหนึ่งนาที ส่วนผู้ใช้งานใหม่ใช้เวลาไม่เกิน สามนาที การตรวจสอบเมื่อเดินทางมาถึงไม่จำเป็นต้องใช้คิวอาร์โค้ดแยกต่างหากอีกต่อไป เนื่องจากข้อมูลจะถูกซิงค์เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง และเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบผ่านการสแกนหนังสือเดินทางฉบับจริง



ขั้นตอนการลงทะเบียน

แอปพลิเคชันสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทาง App Store และ Google Play Store โดยในช่วงทดสอบนำร่องมียอดดาวน์โหลดหลายแสนครั้งแล้ว ขั้นตอนประกอบด้วยการอัปโหลดรูปถ่ายหนังสือเดินทาง ซึ่งจะถูกอ่านด้วยเทคโนโลยี OCR ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ตามด้วยการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC ที่ตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูลที่ตรวจจับได้กับข้อมูลอย่างเป็นทางการในเอกสาร จากนั้นผู้ใช้จะกรอกสถานที่พัก รายละเอียดเที่ยวบิน และวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ ก่อนส่งข้อมูลซึ่งจะสร้าง TDAC โดยอัตโนมัติ ระบบรองรับการลงทะเบียนแบบกลุ่มได้สูงสุด 10 คน พร้อมกัน



THIM: แอปใหม่ตรวจคนเข้าเมืองไทย ลดเวลารอคิว - Foto 3

ฟังก์ชันปัจจุบันและการพัฒนาในอนาคต

ในระยะทดสอบนำร่อง THIM ครอบคลุมการแปลงบัตรขาเข้าเป็นดิจิทัล การจัดการคำขอแบบกลุ่ม การแสดงประวัติการเดินทาง และการแจ้งเตือนอัตโนมัติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุความตั้งใจที่จะพัฒนาแอปนี้ให้เป็นแพลตฟอร์มเดียวสำหรับดำเนินการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่พำนักหรือเดินทางผ่านประเทศ



ฟังก์ชันที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ การจองนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ การขยายวีซ่าทางอิเล็กทรอนิกส์ การยื่นเอกสารออนไลน์ การขอใบรับรองต่างๆ การรายงานตัวทุก 90 วันสำหรับผู้พำนักระยะยาว และช่องทางติดต่อโดยตรงกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง



THIM: แอปใหม่ตรวจคนเข้าเมืองไทย ลดเวลารอคิว - Foto 4

ภาษาที่รองรับและความปลอดภัยของข้อมูล

เวอร์ชันทดสอบนำร่องรองรับ 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ รัสเซีย ญี่ปุ่น และจีน การขยายเป็น 15 ภาษาเพิ่มเติม มีกำหนดการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แอปพัฒนาโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ Digital Identity Co. ตั้งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน Amazon Web Services ในภูมิภาคกรุงเทพมหานคร ข้อมูลได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ end-to-end และจัดเก็บภายใต้เขตอำนาจศาลไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแจ้งเตือนถึงการมีอยู่ของเว็บไซต์บุคคลที่สามที่พยายามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายปลอมสำหรับการกรอก TDAC โดยระบุว่าเป็นความพยายามฉ้อโกง แอปพลิเคชันนี้ยังคงให้บริการฟรีในทุกฟังก์ชัน



THIM: แอปใหม่ตรวจคนเข้าเมืองไทย ลดเวลารอคิว - Foto 5

สิ่งที่ยังคงเดิมสำหรับชาวต่างชาติ

THIM ไม่ได้เข้ามาแทนที่การขอวีซ่า ซึ่งยังคงเป็นขั้นตอนแยกต่างหากและเป็นข้อบังคับสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องขอ การกรอก TDAC ยังคงเป็นข้อบังคับสำหรับพลเมืองที่ไม่ใช่ชาวไทยทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศทางอากาศ ทางบก หรือทางทะเล ในระยะทดสอบนำร่อง ระบบเว็บไซต์แบบเดิมยังคงเปิดใช้งานควบคู่กันไป แต่เมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคาดการณ์ว่าจะมีการขยายการใช้งานแอปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนอาจกลายเป็นข้อบังคับในเดือนต่อๆ ไป