ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายการค้า: ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็นสองเท่า จาก 256.5 พันล้านดอลลาร์ (ปี 2025) เป็น 500 พันล้านดอลลาร์
- เครื่องมือดำเนินงาน: ลงนามบันทึกข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์ 2 ฉบับ สำหรับเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และห่วงโซ่การผลิต/อุปทาน
- ผลกระทบระดับท้องถิ่น: จังหวัดหล่าวกายลงนามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 10 ฉบับที่นครคุนหมิง พร้อมยกเลิกข้อตกลงศุลกากรปี 1993 แทนที่ด้วยพิธีสารด่านชายแดนอัจฉริยะ
ฮานอยและปักกิ่งเสริมความแน่นแฟ้นด้านการค้า
วันที่ 15 เมษายน 2026 กลายเป็นวันสำคัญในสำนักงานต่าง ๆ ของกรุงปักกิ่ง ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่และประธานาธิบดีเวียดนาม โต เลิม ทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงชุดหนึ่งซึ่งมีเป้าหมายปรับโฉมเศรษฐกิจบริเวณชายแดน เอกสารสำคัญมีสองฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลงจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจสำหรับเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และอีกฉบับที่มุ่งเน้นห่วงโซ่การผลิตและอุปทาน บนโต๊ะเจรจา ฝ่ายเวียดนามได้เสนอข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การเพิ่มการนำเข้าสินค้าท้องถิ่นของจีน การขยายอัตราภาษีพิเศษ และการยอมรับมาตรการกักกันสินค้าเกษตรร่วมกัน


ตัวเลขที่มีน้ำหนัก: 5 แสนล้านดอลลาร์
เป้าหมายที่รัฐบาลทั้งสองกำหนดไว้ชัดเจน คือ การผลักดันปริมาณการค้าทวิภาคีให้แตะระดับ 500 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของ 256.5 พันล้านดอลลาร์ที่บันทึกไว้แล้วในปี 2025 นี่ไม่ใช่เพียงถ้อยแถลงทางการทูตทั่วไป แต่เป็นแผนที่จีนบรรจุไว้อย่างชัดเจนในยุทธศาสตร์ประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้เวียดนามเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
คุนหมิงและด่านชายแดนอัจฉริยะ
ขณะที่กรุงปักกิ่งมีการลงนามข้อตกลงระดับสูง จังหวัดหล่าวกายก็ปิดฉากการประชุมด้านการลงทุนที่นครคุนหมิงด้วยบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 10 ฉบับ ซึ่งมุ่งเน้นด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในเวลาเดียวกัน ข้อตกลงศุลกากรฉบับใหม่ได้เข้ามาแทนที่ข้อตกลงเดิมจากปี 1993 โดยนำระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและด่านชายแดนอัจฉริยะมาใช้ ถือเป็นก้าวแรกที่เป็นรูปธรรมของการบูรณาการที่มุ่งสู่ความยั่งยืนในเชิงโครงสร้าง
