ประเด็นสำคัญ

  • ความจุระดับเอ็กซ์คลูซีฟ: อัตราส่วนผู้โดยสารต่อลูกเรืออยู่ที่ 1.36 ต่อ 1 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในวงการเรือสำราญ โดยรองรับผู้โดยสาร 746 คน และลูกเรือ 548 คน
  • เทคโนโลยีและการออกแบบ: เรือได้รับการออกแบบโดย Studio DADO และต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ Fincantieri เป็นลำที่สามในตระกูล Explorer Class ของ Regent Seven Seas Cruises
  • มรดกทางศิลปะ: คอลเลกชันงานศิลปะถาวรจำนวน 1,600 ชิ้น รวมถึงไข่ Fabergé ชิ้นเดียวในโลกที่ประดิษฐานอยู่บนเรืออย่างถาวร

เรือธงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งความหรูหราทางทะเล

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 เรือ Seven Seas Grandeur คือลำที่หกและใหม่ล่าสุดของกองเรือ Regent Seven Seas Cruises บริษัทที่ครองตำแหน่งกองเรือสุดหรูมาอย่างยาวนาน เรือลำนี้ถือเป็นการปิดฉากตระกูล Explorer Class อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Studio DADO และอู่ต่อเรือ Fincantieri ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างสรรค์เรือสำราญที่ประณีตที่สุดในวงการ ด้วยลำที่สามนี้ แนวคิดเรื่องการต้อนรับระดับสูงสุดในท้องทะเลได้ถูกกลั่นกรองจนสมบูรณ์แบบ ผสานทั้งวิศวกรรมทางทะเลและความงามเข้าไว้ด้วยกัน



Seven Seas Grandeur: เรือแห่งความหรูหราสูงสุด - Foto 1

ตัวเลขที่บอกเล่าปรัชญาการออกแบบอย่างชัดเจน

Seven Seas Grandeur มีความยาว 224 เมตร กว้าง 31 เมตร น้ำหนักรวม 55,500 ตัน กระจายอยู่บน 10 ชั้นดาดฟ้า ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการออกแบบไม่ได้มุ่งเน้นที่จำนวนผู้โดยสารสูงสุด แต่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนมากกว่า ความจุสูงสุดอยู่ที่ 746 คน ดูแลโดยลูกเรือราว 548 คน คิดเป็นอัตราส่วน 1.36 ต่อ 1 ซึ่งจัดอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการในแง่การบริการเฉพาะบุคคล ห้องสวีททั้ง 375 ห้องบนเรือทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว ทำให้ไม่มีห้องพักแบบไม่มีหน้าต่างเลย และรับประกันว่าทุกคนจะได้สัมผัสวิวมหาสมุทรโดยตรง



Seven Seas Grandeur: เรือแห่งความหรูหราสูงสุด - Foto 2

ห้องสวีท: จากความสะดวกสบายพื้นฐานสู่ความหรูหราสูงสุด

ห้องพักเริ่มต้นด้วย Veranda Suite ขนาด 28 ตารางเมตร ไปจนถึง Regent Suite อันยิ่งใหญ่ขนาด 413 ตารางเมตร ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มห้องพักที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างบนเรือสำราญ การตกแต่งภายในทุกห้องมีภาษาความงามร่วมกัน ได้แก่ โทนสีชมพูอ่อน หัวเตียงหุ้มหนัง เตียงคิงไซส์พร้อมผ้าปูที่นอนคุณภาพสูง พื้นที่ตู้เสื้อผ้ากว้างขวาง และห้องน้ำหินอ่อนพร้อมฝักบัวแบบวอล์กอิน เสริมด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำจากแบรนด์ L'Occitane ห้องพักระดับสูงขึ้นไปมีอ่างอาบน้ำ ระเบียงกว้างขวาง และมุมสปาส่วนตัว ขณะที่ Regent Suite มีพื้นที่เวลเนสของตัวเอง พร้อมซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และอ่างจากุซซี่ ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับแชมเปญหนึ่งขวด มินิบาร์ที่จัดเตรียมเฉพาะบุคคล และขวดน้ำโลหะที่ออกแบบเป็นของที่ระลึก แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดการต้อนรับอย่างครบถ้วน



Seven Seas Grandeur: เรือแห่งความหรูหราสูงสุด - Foto 3

ร้านอาหารเจ็ดแห่ง ปรัชญาเดียว: คุณภาพที่ไม่มีการประนีประนอม

Seven Seas Grandeur มีร้านอาหารทั้งหมดเจ็ดแห่ง ทุกแห่งรวมอยู่ในค่าเดินทางแล้ว Compass Rose นำเสนอเมนูชิมหลากหลายจานที่พิถีพิถัน ส่วน Prime 7 ตีความสไตล์สเต็กเฮาส์แบบนิวยอร์กขึ้นใหม่ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสจะพบกับ Chartreuse ในขณะที่ Pacific Rim เน้นอาหารเอเชีย เสริมด้วย Sette Mari ที่ Veranda ซึ่งนำเสนออาหารอิตาเลียนแบบไม่เป็นทางการ Pool Grill สำหรับมื้ออาหารรวดเร็ว และ Coffee Connection สำหรับช่วงพักระหว่างวัน ความหลากหลายนี้ทำให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนบรรยากาศและประสบการณ์ได้ทุกวันโดยไม่ต้องออกจากเรือเลย



Seven Seas Grandeur: เรือแห่งความหรูหราสูงสุด - Foto 4

แกลเลอรีศิลปะที่แล่นไปพร้อมเรือ: กรณีพิเศษของไข่ Fabergé

หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของ Seven Seas Grandeur คือคอลเลกชันงานศิลปะถาวร ซึ่งประกอบด้วยผลงาน 1,600 ชิ้น ชิ้นที่ทรงคุณค่าที่สุดคือไข่ Fabergé ที่มีชื่อว่า "Journey in Jewels" ซึ่งได้รับการสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเรือลำนี้โดยเฉพาะ และถูกเก็บรักษาไว้ในตู้กระจกบริเวณห้องโถงหลัก นับเป็นชิ้นแรกและชิ้นเดียวในประเภทนี้ที่ประดิษฐานอยู่บนเรืออย่างถาวร คอลเลกชันยังรวมถึงผลงานของ Picasso ประติมากรรมสำริด และผ้าทอมือความยาว 12 เมตร องค์ประกอบเหล่านี้เปลี่ยนพื้นที่ส่วนกลางให้กลายเป็นเส้นทางพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง



Seven Seas Grandeur: เรือแห่งความหรูหราสูงสุด - Foto 5

เวลเนส กิจกรรม และรูปแบบ "ออลอินคลูซีฟ" ที่ออกแบบมาเพื่อความไร้กังวล

Serene Spa & Wellness™ มีห้องทรีตเมนต์ ห้องอบไอน้ำ ซาวน่า ห้องเย็น และอ่างจากุซซี่กลางแจ้ง พร้อมสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้และเตียงอาบแดดเซรามิกอุ่น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เรือมีศูนย์ฟิตเนสครบครัน สนามแพดเดิลเทนนิส เส้นทางจ๊อกกิ้ง และสนามโบว์ลิ่งสนามหญ้า ปรัชญาการให้บริการของบริษัทครอบคลุมทั้งที่พักและอาหารในทุกร้านบนเรือ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ ทิป การเชื่อมต่อ Wi-Fi บริการซักรีด และทัวร์ท่องเที่ยวบนฝั่งในทุกจุดจอดเรือ นักข่าวสายท่องเที่ยวที่เคยเดินทางบนเรือลำนี้บรรยายบรรยากาศว่าราวกับโรงแรมสุดหรูใจกลางเมือง เต็มไปด้วยค่ำคืนที่มีการแสดงละคร ดนตรีสด และการบรรยายเชิงวัฒนธรรม

ด้วยเส้นทางที่ครอบคลุมทั้งแคริบเบียนและเมดิเตอร์เรเนียน Seven Seas Grandeur ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะเดินทาง แต่เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง ที่ซึ่งพื้นที่ ศิลปะ อาหาร และการบริการเฉพาะบุคคลผสานกันเป็นประสบการณ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้โดยสาร