ประเด็นสำคัญ
- สัญลักษณ์สถานะใหม่: ของเล่นศิลปะสำหรับสะสม อย่าง Labubu และสินค้าจาก Pop Mart ถูกนำมาห้อยติดกับกระเป๋าเป็นเครื่องประดับแฟชั่นในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 30 ปีในกรุงเทพฯ
- สุนทรียะที่ครองเทรนด์: การหวนคืนของยุค Y2K ผสมผสานเข้ากับสตรีทแวร์ ทำให้ทรงเสื้อผ้าหลวมโอเวอร์ไซส์ กางเกงคาร์โก้ และรองเท้าผ้าใบทรงหนาจากแบรนด์อย่าง Salomon และ New Balance กลายเป็นที่นิยม
- เทรนด์ที่กำลังเสื่อมความนิยม: การใส่โลโก้เต็มตัว กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ และการแต่งตัวแบบฟาสต์แฟชั่นทั้งชุด ถูกจัดให้เป็นสิ่งล้าสมัยในสายตาเจนซีไทย โดยหันไปให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าวินเทจและแบรนด์อิสระท้องถิ่นแทน
กรุงเทพฯ ศูนย์กลางของรหัสสุนทรียะยุคใหม่
แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบสัญญาณทางสังคมที่มีรหัสเฉพาะตัว ย่านสยามสแควร์และทองหล่อคือพื้นที่ที่สุนทรียะแบบผสมผสานระหว่างการหวนคืนของยุค Y2K กับสตรีทแวร์ปรากฏชัดที่สุด เสื้อครอปท็อปถูกจับคู่กับกางเกงคาร์โก้ทรงหลวมขนาดใหญ่หรือกระโปรงจีบ เสริมด้วยรองเท้าผ้าใบทรงหนาจากแบรนด์อย่าง Salomon, New Balance และ Asics ส่วนรองเท้าผ้าใบพื้นเรียบถูกถอดออกจากการหมุนเวียนสวมใส่ไปแล้ว

ปรากฏการณ์ "คาเฟ่ฮอปปิ้ง" กลายมามีบทบาทสำคัญต่อการเลือกชุดแต่งกาย คนรุ่นใหม่วางแผนการแต่งตัวโดยอิงจากโทนสีและสถาปัตยกรรมของร้านที่จะไปเยือน โดยให้ความสำคัญกับโทนสีเอิร์ธโทน เสื้อเชิ้ตผ้าลินินทรงหลวม และรองเท้าโลฟเฟอร์คู่กับถุงเท้าสีขาว ซึ่งเป็นมินิมอลลิสม์ในเวอร์ชันเขตร้อน

ของเล่นศิลปะในฐานะเครื่องประดับ
ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ของเล่นศิลปะได้เข้ามาอยู่ในวงจรแฟชั่น กล่องสุ่มโดยเฉพาะรุ่น Labubu และ CryBaby จาก Pop Mart ถูกนำมาห้อยติดกับกระเป๋าบางรุ่นเพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคม กระเป๋าที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับจุดประสงค์นี้ได้แก่ กระเป๋าลายควิลท์จาก COS เป้ Freitag และกระเป๋าโทตจากแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Gentlewoman
เส้นแบ่งทางเพศในการแต่งกายได้จางหายไปภายใต้แรงผลักดันของ T-Pop และละครไทย กระเป๋าสะพายข้าง เครื่องประดับลูกปัด และทรงผมอย่างวูล์ฟคัต ถูกนำมาใช้โดยไม่แบ่งแยกเพศ ผู้หญิงผสมผสานเสื้อผ้าสไตล์ค็อกเก็ตต์เข้ากับเบลเซอร์ทรงตัดเย็บแบบผู้ชาย ขณะที่การเลเยอร์เสื้อผ้าใช้ผ้าเทคนิคพิเศษเพื่อรับมือกับความชื้นของสภาพอากาศท้องถิ่น

ตลาดวินเทจและแบรนด์อิสระ
ตลาดมือสอง โดยมีจุดอ้างอิงสำคัญอย่างตลาดนัดสุดสัปดาห์จตุจักร ถูกมองว่าเป็นการค้นหาชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสื้อยืดสีซีดจางของวงดนตรียุค 90 ถูกนำมาผสมผสานกับเสื้อผ้าจากแบรนด์อิสระไทยอย่าง Mitr, Daddy and the Muscle Academy และ Camp BKK ซึ่งออกแบบมาเพื่อรูปร่างและสภาพอากาศของคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ

สิ่งที่หลุดออกจากเรดาร์
การอวดโลโก้เต็มตัวของแบรนด์ใหญ่จากยุโรปในตอนนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ล้าสมัย กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่หายไปจากการหมุนเวียนสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ถูกแทนที่ด้วยเสื้อผ้าที่เน้นความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว แม้ในบริบทการทำงานที่มีระเบียบแบบแผน การแต่งตัวแบบฟาสต์แฟชั่นทั้งชุด ในความหมายของชุดสำเร็จรูปที่ปราศจากความเป็นตัวของตัวเอง ถูกหลีกเลี่ยงเพื่อหันไปผสมผสานระหว่างเสื้อผ้าใหม่และเสื้อผ้าวินเทจแทน

ทิศทางแรงบันดาลใจด้านสไตล์ได้เปลี่ยนไปสู่โซลและโตเกียว รวมถึงผลงานทางวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมกับความภาคภูมิใจที่เพิ่มมากขึ้นต่อดีไซเนอร์กรุงเทพฯ ที่ออกแบบเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศและรูปร่างของคนในภูมิภาคนี้
